ทำไมเราต้อง “ทำบุญวันเกิด”

September 19th, 2009

ทำไมเราต้อง “ทำบุญวันเกิด

เพราะปีหนึ่งๆ เรามี วันเกิด แค่วันเดียว แล้วก็ถือว่าเป็นวันสำคัญวันนึงของชีวิตเรา คนเราจึงนิยมที่จะไป ทำบุญวันเกิด กัน เพื่อเป็นการสร้างสิริมงคลให้แก่ตัวเอง  หลายคนชอบไป ทำบุญวันเกิด ที่วัด ไปตักบาตร ไปทำบุญ หลายคนก็ชอบไป ทำบุญวันเกิด ตามสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ไปเลี้ยงอาหารเด็ก แต่ก็มีอีกหลายคนที่ชอบไปจัดวันเกิดตาม สถานเริงรมณ์ต่างๆ เช่นรัชดา RCA ตรอกฯ ก็แล้วแต่ความชอบกันไป (ชุดหลังนี่ ไม่ถือว่าเป็นการทำบุญวันเกิด นะ ;p)

ไปทำบุญวันเกิดเพื่อน

September 16th, 2009

เค้กทำบุญวันเกิด

เมื่อวานเพื่อนโทรมาชวนไปทำบุญวันเกิดของมัน ซึ่งเป็นวันเกิดปีที่23ของมันแล้ว  ก็ไปเลี้ยงอาหารกลางวันกับเด็กกำพร้า  ก็ไม่ได้เลี้ยงไรมากมาย เข้าใจว่าเศรษฐกิจแบบนี้ เงินทองก็ฝืดๆกันหมด ลำพังตัวเองบางครั้งยังเอาแทบไม่รอด
แต่ทันก็บอกว่ามันมีความสุขที่ได้ทำบุญวันเกิด เพราะมันว่าการให้ มันมีวามสุขกว่าการได้รับ ก็เห็นด้วยกับมันนะ

ตกดึก ก็ออกไปฉลองวันเกิด กันอีกรอบ แต่คราวนี้เปลี่ยนแนวในการฉลองเลย จากไปทำบุญวันเกิด ก็เป็นไปกินเหล้าวันเกิด กับเพื่อนๆกลุ่มใหญ่ ทั้งเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่ มั่วกกันไปหมด แต่ก็สนุกดี

ทำบุญวันเกิด โดยการบริจาคแก่องค์กรการกุศล

September 15th, 2009

การทำบุญวันเกิด

โดยการบริจาคให้แก่องค์กรการกุศลต่างๆ เช่น

มูลนิธิเพื่อผู้ด้อยโอกาสศูนย์พลาญข่อย
โทรศัพท์ : 089-9976332

มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
โทรศัพท์ : 0-2412-0739, 0-2412-1196

วัดพระบาทน้ำพุ
โทรศัพท์ : 0 – 2681 – 8413

บ้านอุ่นรัก
โทรศัพท์ : (034) 595428, 089 – 09-9362426

มูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์
โทรศัพท์ : 02 275 2262-3

สหทัยมูลนิธิ
โทรศัพท์ : 0-2381-8834-6

มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก
โทรศัพท์:02-354-8407 ,โทรสาร: 02-354-8321

อย่าลืม ทำบุญวันเกิด กันนะครับ แค่เรื่องง่ายๆ เพื่อนๆก็ได้บุญจากการ ทำบุญวันเกิด แล้ว

วิธีปฏิบัติในการทำบุญวันเกิด

September 14th, 2009

วิธีปฏิบัติ ในการทำบุญวันเกิดอาจเลือกปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้ ดังนี้

๑. ตักบาตรพระสงฆ์เท่าอายุหรือเกินอายุหรือกี่รูปก็ได้ตามสะดวก
๒. บำเพ็ญกุศลอุทิศแก่บรรพบุรุษ ที่เรียกว่า ทักษิณานุประทานก่อนแล้วจึงบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันเกิด
๓. ทำบุญ สวดมนต์ เลี้ยงพระ หรือมีพระธรรมเทศนาด้วย
๔. ถวายสังฆทาน
๕. ทำทานช่วยชีวิตสัตว์ เช่นปล่อยนก ปล่อยปลา ฯลฯ หรือส่งเงินไปบำรุงโรงพยาบาลหรือกิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์อื่นๆ
๖. รักษาศีลหรือบำเพ็ญภาวนา
๗. กราบขอรับพรจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือผู้ที่ตนเคารพนับถือ
๘. บำเพ็ญคุณประโยชน์อื่นๆ โดยมุ่งที่การให้ มากกว่า เป็นการรับ

พิธีทำบุญวันเกิด

September 14th, 2009

พิธีทำบุญวันเกิด
ในสมัยพุทธกาล มีพราหมณ์ ๒ คนผัวเมีย พาลูกน้อยของตนไปหาพราหมณ์ที่เป็นสหายซึ่งถือพรตบำเพ็ญตบะ เมื่อพราหมณ์ ๒ ผัวเมียทำความเคารพ พราหมณ์ที่บำเพ็ญตบะได้กล่าวอำนวยพรว่า ” ขอจงจำเริญอายุยืนนาน” แต่เมื่อให้บุตรของตนทำความเคารพ พราหมณ์ผู้บำเพ็ญตบะหาได้กล่าวอวยพรให้ตามธรรมเนียมไม่ โดยบอกเหตุผลบอกว่า ลูกน้อยของพราหมณ์ ๒ ผัวเมียจะต้องตายภายใน ๗ วัน

พราหมณ์ผู้บำเพ็ญตบะ ได้แนะนำให้พราหมณ์ ๒ ผัวเมียพาลูกไปหาพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ได้ตรัสแถลงเช่นเดียวกัน และแนะนำอุบายป้องกัน โดยการนิมนต์พระสงฆ์สวดพระปริตรตลอด ๗ วัน ซึ่งพราหมณ์ทั้งสองก็กระทำตามครั้นถึงวันที่ ๗ พระพุทธองค์เสด็จไปด้วยพระองค์เอง ทำให้ยักษ์ผู้ได้รับพรมาเพื่อฆ่ากุมารไม่อาจทำอันตรายพระกุมารนั้นนอนฟังพระ ปริตรอยู่ ด้วยพุทธานุภาพประกอบกับอายุไม่ถึงการดับแห่งขาร ทำให้ทารกนั้นรอดพ้นอันตราย และมีอายุยืนยาวถึง ๑๒๐ ปี

ประเพณีทำบุญวันเกิด เกิดขึ้นเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทำเป็นตัวอย่างตั้งแต่ยังทรงผนวช ไม่ใช่ทำอย่างจีนหรือฝรั่ง ด้วยทรงพระราชดำริเห็นว่าการมีอายุยืนมาบรรจบรอบปีครั้งหนึ่งๆ ไม่ตายไปเสียก่อนเป็นลาภอันประเสริฐ ควรยินดี เมื่อรู้สึกยินดีก็ควรจะบำเพ็ญกุศล ที่เป็นประโยชน์แก่ตนและแก่ผู้อื่น ให้สมกับที่มีน้ำใจยินดี และไม่ประมาท เพราะไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจะอยู่ไปบรรจบรอบปีเช่นนี้อีกหรือไม่ ถึงวันเกิดปีหนึ่งเป็นที่เตือนใจครั้งหนึ่ง ให้รู้สึกว่าอายุล่วงไปต่อความตายอีกก้าวหนึ่งชั้นหนึ่ง เมื่อรู้สึกเช่นนั้น จะได้บรรเทาความมัวเมาประมาทในชีวิตเสียได้ นี้เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นสาเหตุให้ มีการทำบุญวันเกิดขึ้นเรียกว่าเฉลิมพระชนมพรรษา การที่ทรงทำในครั้งนั้นปรากฏว่ามีการสวดมนต์เลี้ยงพระ ๑๐ รูป เป็นการน้อยๆ เงียบๆ ครั้นต่อมาก็มีเจ้านายขุนนางทำบุญวันเกิดกันชุกชุมขึ้น แต่การทำบุญเกี่ยวกับพระลดลง เป็นแค่ประชุมคนแสดงเกียรติยศให้ปรากฏว่ามีผู้นับถึอมาก ตั้งโรงครัวเลี้ยงกันไปวันยังค่ำการมหรสพก็มีละครเป็นพื้น และนำของขวัญไปให้กันมีการเลี้ยงดูกันอย่างสนุกสนานให้ศีลให้พรกัน ถ้าเป็นวันเกิดเจ้านายขุนนางชั้นผู้ใหญ่พระเจ้าแผ่นดินก้พระราชทานพระราช หัตถเลขาให้พรด้วย พระราชทานของขวัญด้วย สมัยนั้นการทำบุญถือเป็นเกียรติใหญ่ เมื่อถึงวันเกิดของใครก็อึงคนึงเป็นการใหญ่ตั้งแต่เริ่มงานจนงานแล้ว และถือว่าถ้าไม่ไปช่วยงาน วันเกิดกันแล้วเป็นไม่ดูผีกันทีเดียว

สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงผนวชเป็นสามเณรก็ทรงทำบุญวันพระราชสมภพ ตามอย่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วิธีทำก็มี สวดมนต์ เลี้ยงพระและแจกสลากสิ่งของต่างๆ แก่พระสงฆ์ ทรงทำตลอดมาจนกระทั่งเสวยราชย์และทำเป็นการใหญ่เช่น หล่อพระพุทธรูปอายุ เรียกว่า “หล่อพระชนมพรรษา” ทั้งมีการตกแต่งตามชาลาพระบรมมหาราชวัง ให้เป็นการครึกครื้นสนุกสนาน ตามริมน้ำและตามถนนก็สว่างไสวไปด้วยแสงประทีปโคมชวาลา จึงได้เกิดมีการแต่งซุ้มไฟประกวดประขันกันขึ้นและมีเหรียญพระราชทานแก่ผู้ แต่งซุ้มไฟเป็นรางวัล อนึ่งในวันนั้นได้มีผู้ไปลงนามถวายพระพร พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการอ่านคำถวายพระพรอันเป็นเครื่องหมายแสดงความจงรักภักดี จึงถือเป็นประเพณีเนื่องด้วยทำบุญวันเกิดมาจนปัจจุบันนี้